iPad Pro 2021 ไอแพดที่เข้าใกล้ความเป็น PC มากยิ่งขึ้น

iPad Pro 2021 เปิดตัวสองที่สองขนาด คือ 11 นิ้ว และ 12.9 นิ้ว สนนราคาค่าตัวของiPadก็แพงใช่ย่อย เรียกว่ารุ่นท็อปๆ ราคาแพงระดับMacBook Pro ซะอีก คำถามก็เลยมีอยู่ว่า ราคาแรงใช่ย่อยขนาดนี้ เอามาใช้แทนโน้ตบุ๊กซะเลย ดีไหม? คุ้มหรือเปล่า? หากคุณกำลังมีคำถามเหล่านี้ วันนี้ทาง Innomanageriale จะพาคุณมาหาคำตอบกัน

ipad

iPad Pro รุ่นก่อนหน้า ราคา

อยู่ที่ 28,900 บาท สำหรับรุ่น 11 นิ้ว WiFi-only และ 35,900 บาท สำหรับรุ่น 12.9 นิ้ว WiFi-only ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่า ราคาระดับนี้ หาโน้ตบุ๊ก Core i5-8250U แรม 8GB SSD 256GB จอ 13.3 นิ้วความละเอียด Full HD ที่มาพร้อมกับลำโพงดีๆ อย่าง Harman Kardon หรือ B&O ได้สบายๆ เลย ในขณะที่ iPad Pro (2018) ในราคาเริ่มต้น จะได้ความจุแค่ 64GB เท่านั้นเอง

นี่ยังไม่นับที่จะต้องไปซื้อ Apple Pencil กับ Smart keyboard อีกนะ… แล้วแบบนี้มันจะคุ้มไหมเนี่ย?

iPad Pro คล่องตัวกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป

iPad Pro 10.5″ มาใช้งานนั้น มันมีเหตุผลมาจากความคล่องตัว iPad Pro เป็นแท็บเล็ตที่พกพาสะดวก และเมื่อผนวกกับ Smart keyboard ก็ทำให้สามารถทำงานระดับพื้นๆ อย่างท่องเว็บ เช็กและตอบอีเมลยาวๆ ได้สบายๆ และแอปหลายๆ ตัว ก็ช่วยทำให้มันสามารถทำงานได้ระดับน้องๆ โน้ตบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเอกสาร (Pages หรือ Microsoft Word) งานนำเสนอ​ (Keynotes หรือ Microsoft PowerPoint) หรือแม้แต่การตกแต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอ

จุดเด่นที่ทำให้เลือกพก iPad Pro ก็คือ

1.น้ำหนักที่เบา ขนาดที่ไม่เทอะทะ ไม่หนา พกพาสะดวก ใครทำงานนำเสนอบ่อยๆ พกอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับจอแสดงผลครบแล้ว พก iPad ไปนำเสนอ สะดวกกว่าพกโน้ตบุ๊กมาก

2.ความสามารถในการเป็น Always-on หรือ เปิดพร้อมใช้งานเสมอ แค่กดปุ่ม Power เปิดหน้าจอ ก็พร้อมใช้แล้ว

3.ถ้าใครใช้ iPhone อยู่ ยิ่งอำนวยความสะดวกเวลาต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพราะ Apple ออกแบบ UX มาดีมาก สามารถกดจาก iPad Pro เพื่อเปิดการแชร์เน็ตจาก iPhone ได้เลย ไม่ต้องไปหยิบ iPhone มากดเปิด ส่วนใครอยากได้การเชื่อมต่อแบบสะดวกกว่านี้ ก็กัดฟันซื้อรุ่น WiFi + Cellular

4.ระบบ File system ที่เพิ่มเข้ามาใน iOS11 ซึ่งทำให้การเซฟไฟล์งานแล้วเปิดข้ามแอปสามารถทำได้(ซะที) ก็ทำให้ iOS มีลักษณะที่คล้ายกับระบบปฏิบัติการบนโน้ตบุ๊กมากขึ้น

5.แบตเตอรี่ของ iPad Pro ก็อึดกว่ามากมายเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ก จะยี่ห้อไหนรุ่นไหนที่บอกว่าแบตเตอรี่อยู่ได้ 8-16 ชั่วโมง

สิ่งที่ iPad Pro ยังทำแทนโน้ตบุ๊กไม่ได้

ในขณะที่งานหลายๆ อย่างที่ทำบนโน้ตบุ๊ก เอามาทำบน iPad Pro ได้แล้วยังคงมีหลายๆ อย่างที่ iPad Pro ยังทำไม่ได้ดีเท่า และทำให้เราต้องเลือกว่าจะซื้อทั้งสองอย่างแล้วเลือกพกตามความเหมาะสม หรือไม่ก็ตัดใจซื้อโน้ตบุ๊กเพียงอย่างเดียวไปเลย เพราะ

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ยังไม่เพียงพอ หรือยังไม่สะดวกพอ

เช่น การเชื่อมต่อกับพวก MicroSD card หรือ Flashdive หรือ External HDD เพื่อถ่ายโอนไฟล์ ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีอะแด็ปเตอร์มาช่วย แต่ก็ใช้ได้กับพวกไฟล์มัลติมีเดียเป็นหลัก ไม่ใช่พวกไฟล์เอกสารหรืออื่นๆ ซึ่งตรงนี้พวกโน้ตบุ๊กก็ยังทำได้ดีกว่าต่อไปอีกพักใหญ่ๆ

การเชื่อมต่อกับพวกพริ้นเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ก็อาจจะยังสู้พวกโน้ตบุ๊กไม่ได้ คือ อาจจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ iPad Pro ได้นะ แต่ก็มีราคาที่พิเศษกว่าชาวบ้านเขาหน่อยล่ะ เพราะมันต้องพัฒนามากกว่าแค่ไดรเวอร์

พวกแอปงานเอกสารอย่าง Microsoft Office ยังไม่เทียบเท่าตัวใหญ่ 100%

ขนาด Microsoft อัพเกรดให้ Office for macOS มีความใกล้เคียงกับ Office for Windows มากขึ้นเยอะแล้ว ไฟล์ที่ทำบน Office for macOS (โดยเฉพาะที่เป็นภาษาไทย) ยังมีโอกาสเปิดบน Windows แล้วเพี้ยนเลย

ไอ้เวอร์ชันบน iOS นี่ยิ่งมีโอกาสเพี้ยนมากกว่าอีก และความสามารถของเวอร์ชันบน iOS นี่ก็เทียบไม่ได้กับเวอร์ชันของ macOS หรือ Windows ด้วย มันจะใกล้เคียงกับเวอร์ชันบนเว็บมากกว่า มันจึงเหมาะกับการเอามาใช้ร่างงานเอกสารหรือรีวิวงานเอกสาร มากกว่าทำส่งใช้พิมพ์จริง

ความคุ้มค่าของ iPad Pro อยู่ที่การพกพา และประสบการณ์ใช้งาน

ความคุ้มค่าของ iPad Pro ไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพการทำงาน แต่อยู่ที่การพกพา iPad Pro เล็กๆ เบาๆ ถ้าสามารถพกไปแทนโน้ตบุ๊กได้ แล้วเพียงพอต่อการใช้งาน มันสะดวกกว่าเยอะมาก และการที่ Apple ออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience: UX) ให้ทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ของ Apple เอง (MacBook, iPad, iPhone) ได้อย่างเนียน มันจึงสะดวกมาก

iPad Pro ไปใช้จดบันทึกในงานเสวนา หรือเวิร์กช้อป เอา iPhone ถ่ายภาพสไลด์ที่เขานำเสนอ หรือรูปบรรยากาศในงาน แล้วมันจะส่งขึ้น iCloud ซึ่งจะมาโผล่บน iPad Pro โดยอัตโนมัติ (ต้องมีอินเทอร์เน็ตนะ) หรือไม่งั้นก็ใช้ AirDrop ในการส่งไฟล์ข้ามอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สามารถเอารูปไปใช้ต่อด้วยแอปอื่นๆ ได้ เช่น Microsoft OneNote, Word อะไรแบบนี้ มันเป็นความสะดวกที่โน้ตบุ๊กทั่วไปมันให้ไม่ได้ หรือถ้าจะทำกันแบบนั้นจริงๆ ก็ต้องมีการติดตั้งโปรแกรมเสริม และการตั้งค่าต่างๆ พอสมควร ยกตัวอย่างเช่น กรณีของการถ่ายรูปแล้วส่งข้ามอุปกรณ์เพื่อนำไปใช้งานต่อ ก็อาจจะต้องเซ็ตแอป Cloud storage อย่าง Google Drive, Dropbox หรือ OneDrive เพื่อให้อัพโหลดรูปจากสมาร์ทโฟนไปที่ Cloud storage โดยอัตโนมัติ แล้ว Sync กลับไปที่โน้ตบุ๊ก เป็นต้น ในขณะที่ iPad Pro และ iPhone นั้น แทบจะเป็น Default มาบนระบบปฏิบัติการเลย