5 อุปกรณ์สุดเจ๋งที่สาวก Apple ไม่ควรพลาด

Apple บริษัทผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไอทีออกมาอย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการ ของผู้ใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการใช้ชีวิตให้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยแทบทุกผลิตภัณฑ์สามารถเชื่อมต่อกันได้เป็นหนึ่งเดียว จนหลายคนอยากจะเพิ่มไอเทมมาไว้ในครอบครอง ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้มีอุปกรณ์ไหนที่น่าสนใจบ้าง innomanageriale ก็ได้รวมมาให้คุณได้ทำความรู้กันถึง 5 อุปกรณ์ที่สาวกค่ายผลไม้ไม่ควรพลาด

Apple Air Tag

Apple

เพิ่งเปิดตัวไปสำหรับ Air Tag อุปกรณ์สำหรับติดตามตัวที่ Apple พัฒนามาเพื่อช่วยติดตามและค้นหาสิ่งของ ด้วยดีไซด์ทรงกลมทำจากสแตนเลสสตีลขัดเงาขนาดเล็ก ให้ความเรียบหรูดูดี สามารถเลือกสลักชื่อย่อ หรือ อิโมจิ สร้างความเป็นตัวคุณให้ดูพรีเมี่ยมล้ำไปอีก ไม่ว่าจะติดไว้กับกระเป๋าถือ กุญแจ กระเป๋าเป้ หรือสิ่งของอื่นๆ ก็สามารถระบุตำแหน่งสิ่งของที่หายไปได้อย่างง่ายดาย โดย AirTag ของคุณจะส่งสัญญาณ Bluetooth ออกมาเพื่อให้อุปกรณ์ในเครือข่ายค้นหาตรวจจับได้ โดยจะส่งตำแหน่ง ไปยัง iCloud ที่มีการปกป้องความเป็นส่วนตัว จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครรู้ตำแหน่ง หรือตัวตนของอุปกรณ์ที่ช่วยค้นหาอย่างแน่นอน หากเผลอทำหล่นน้ำหรือเปียกน้ำก็ไม่เป็นไร เพราะสามารถทนน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP672 มีลำโพงในตัวที่จะเล่นเสียงเพื่อช่วยระบุตำแหน่ง แบตเตอรี่ที่ให้มาก็ใช้ได้ยาวๆ มากกว่า1 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆ ราคาก็ไม่แรง สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone ได้อย่างง่ายดาย

iPhone 12 Pro Max

Apple

สมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปที่ Apple เปิดตัวมาด้วยความสุดในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาแพงที่สุดและสเปคดีที่สุดอย่าง iPhone 12 Pro Max ตัวเครื่องมาในดีไซด์โฉมใหม่ มีความเหลี่ยมและความแบน ให้รูปทรงหรูหรา ดูดีมีสไตล์ หน้าจอใหญ่สุดด้วยขนาด 6.7 นิ้ว เหมาะกับการเล่นเกม หรือดูซีรีส์ได้แบบเต็มตา จอแสดงผลเป็นแบบ OLED Super Retina XDR ค่าความสว่างสูงสุด 800 nits ให้ภาพที่มีความคมชัดทั้งสีสันและรายละเอียดแบบเต็มคุณภาพ มาพร้อมกล้องหลังที่จัดมา 3 ตัว ความละเอียด 12 MP พร้อมระบบกันสั่น ทำให้ภาพดูนิ่งแม้กำลังเคลื่อนไหว มี LiDAR Scanner สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น กล้องหน้าให้มาที่ 12 MP ตัวกระจกทำด้วย Ceramic Shield มีความแข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปในสมาร์ทโฟน พ่วงระบบกันน้ำระดับ IP68 ระบบเสียงลำโพงคู่ บน-ล่าง ให้เสียง Stereo กระจายเสียงได้อย่างมีมิติ แบตเตอรี่ที่อึดกว่าทุกรุ่น ครบทุกฟีเจอร์การใช้งานสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ได้ทุกแบบ

iPad Pro 12.9

Apple

หากคุณต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยทำงานเอกสาร แต่ไม่อยากพกคอมขนาดใหญ่ เชื่อว่าต้องมี iPad อยู่ในลิสต์แน่นอน ซึ่ง iPad Pro 12.9 (2020) ยังคงควรค่าแก่การเป็นเจ้าของ ด้วยสเปคที่ให้มาสูง ดีไซน์สวยงาม มีความแข็งแรง มาพร้อมจอภาพแบบ Liquid Retina ขนาด 12.9 นิ้ว เป็นขนาดที่พกพาง่าย บางเบาจับถือสะดวก หน้าจอมีรีเฟรชเรทที่ 120Hz ชิพประมวลผล A12Z Bionic ที่เร็ว แรง สามารถทำให้การจด วาด เขียน กับ Apple Pencil มีความแม่นยำระดับพิกเซล ไวต่อแรงกดและการเอียง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใช้ปากกาหรือดินสอวาดจริงๆ การแสดงผลคมชัด สีสันสมจริง มีความสมูทลื่นไหล ให้กล้องหลังคู่ ขนาด 12 MP +10 MP มี LiDAR Scanner เพื่อนำมาใช้งานเกี่ยวกับการวัดระยะได้แม่นยำมากขึ้น กล้องหน้า ขนาด 7 MP มีลำโพงถึง 4 ตัว ได้เสียงที่คมชัดรอบทิศทาง มีรูไมโครโฟนมาให้ถึง 5 ตัว ทำให้สามารถบันทึกเสียงได้คมชัด แบตอึดใช้ได้นาน แม้ทาง Apple จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้ว แต่ด้วยสเปคและราคาที่น่าจะปรับลดลงอีกมาก จึงเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ควรเก็บไว้พิจารณา

AirPods Pro

Apple

AirPods Pro เป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่มาพร้อมฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่สะดวกสุด ๆ สำหรับผู้ใช้งาน iDevice เช่น iPhone และ iPad มีขนาดกะทัดรัด พกสะดวก การเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วยชิป H1 ฟีเจอร์ด้านการตัดเสียงที่ทำได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ ความแม่นยำของระบบตรวจจับต่างๆ คุณสมบัติของไดรเวอร์ขับเสียง ระบบกันเสียงรบกวนทั้งจากรูปร่างของหูฟัง และระบบ ANC จากภายในช่วยให้เสียง ดูมีมิติ สำหรับการใช้ดูหนัง บอกได้เลยว่าฟีเจอร์ Spatial Audio นั้นเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจนที่สุด กับการจำลองทิศทางเสียงตามทิศทางของการหันศีรษะของผู้ใช้งาน ซึ่งในตอนนี้มีเฉพาะใน AirPods Pro และ AirPods Max เท่านั้น รุ่นนี้กันน้ำกันเหงื่อได้ที่ระดับ IPX4 ส่วนตัวแบตเตอรี่ของหูฟังใช้งานได้ประมาณ 4.5 – 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้ว่าราคาอาจจะแรงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า

Apple Watch ซีรีย์ 6

Apple

ของมันต้องมีที่ไม่ควรพลาดอีกชิ้นก็คือ สมาร์ทวอทช์ที่ Apple ปล่อยออกมาอย่าง Apple Watch ซีรีส์ 6 แม้หน้าตาจะเหมือนเดิม แต่มีการเสริมฟีเจอร์ที่เน้นเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น ในหน้าจอแบบ LTPO OLED Retina ให้ความสว่างสูงสุด 1000 nit ซึ่งรองรับการแสดงผลแบบติดตลอด ทำให้คุณมองเห็นข้อมูลทั้งหมดบนหน้าปัดได้โดยไม่ต้องยกข้อมือขึ้น กระจกจอภาพเป็นแบบ Ion-X ตัวเรือนอะลูมิเนียม ฝาหลังเซรามิกและผลึกแซฟไฟร์ มีน้ำหนักเบา มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย กันน้ำได้ลึกสุด 50 เมตร เพิ่มฟังก์ชันใหม่ที่สามารถวัดปริมาณออกซิเจนได้ มีเซ็นเซอร์วัดระดับความสูงแบบเรียลไทม์มีฟังก์ชันตรวจจับการล้ม (Fall detection) และรองรับการโทรและส่ง SOS ฉุกเฉิน ใช้แบตเตอรี่แบบ li-ion 1.17Wh สามารถใช้ได้นานถึง 18 ชั่วโมง และยังสามารถรองรับการชาร์จ 2.5W เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับคนต้องการหันมาดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง